08 July, 2011

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาหารลดน้ำหนัก

หากเราเคยได้ยินว่า อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตจะเปลี่ยนเป้นไขมัน หรืออาหารบางอย่างกินแล้วจะช่วยลดน้ำหนัก บางอย่างกินแล้วอ้วน วันนี้มีข้อมูล ข้อเท็จจริงมาฝากครับ

**ความเชื่อ : อาหารไร้ไขมัน (Fat-Free} เท่ากับอาหารไร้แคลอรี่
*ข้อเท็จจริง : บางคนชะล่าใจว่าอาหารที่ตนเองกินเป็นอาหารไร้ไขมัน จึงกินอย่างไม่บันยะบันยัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุกกี้ เค้ก และแครกเกอร์ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วอาหารทีเขียนว่า fat-free หรือไร้ไขมันบนฉลากนั้น อาจมีแคลอรีเท่ากับหรือมากกว่าอาหารปกติ ฉะนั้นควรค้นหาความจริงของอาหาร(ที่อ้างว่า)ไร้ไขมันด้วยการ เช่นดูที่ฉลากว่าแต่ละห่อแต่ละซองให้แคลอรีเท่าไร ผลไม้และผักเป็นอาหารที่มีไขมันและแคลอรีต่ำตามธรรมชาติ ส่วนอาหารไขมันต่ำหรืออาหารไมมีไขมันชนิดอื่นอาจจะมีแคลอรี่ ในปริมาณที่สูง เพราะการจะทำให้อาหารไร้ไขมันหรีอไม่มีไขมัน มีรสชาติดีขึ้นได้จะต้องใส่น้ำตาล แป้ง หรือสารปรุงแต่งอื่นๆ มากกว่าปกติ และส่วนผสมเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่มีแคลอรี่สูง และทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

*ความเชื่อ: กินแต่ผักสลัดทำให้ผอม
*ข้อเท็จจริง: เบื้องหลังของทฤษฎีนี้ก็คือ คุณสามารถกินอาหารอะไรก็ได้ที่ให้พลังงานต่ำ อย่างเช่นผักสลัด ชึ่ง
แม้ว่าจะกินเป็นจำนวนมาก ก็ยังได้แคลอรีเพียงน้อยนิด เพียงแต่ว่าความคิดนี้อาจจะเป็นจริงในบางแง่ เพราะแม้ว่าผักสลัดมีแคลอรีต่ำ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้กินผักลลัดเปล่า ๆ และน้ำสลัดส่วนมากมักมีไขมันสูง ฉะนั้น
ควรระวังไว้ให้ดี

*ความเชื่อ: คาร์โบไฮเดรต หรือน้ำตาล เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขี้น
*ข้อเท็จจริง : คาร์โบไฮเดรตไม่ได้เป็นเหตุให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หากกินในปริมาณที่ร่างกายสามารถเผาผลาญได้หมด ไขมันกับโปรตีนก็เหมือนกัน รวมถึงยังพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมน้ำหนักมักจะกิน
อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก แต่กินอาหาที่มีไขมันในปริมาณน้อย รวมถึงยังระมัดระวังการกิน
โดยคำนึงถึงปริมาณแคลอรีรวมที่ร่างกายได้รับ อย่างไรก็ดี คนที่กินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงมาก ๆ แต่กิน
โปรตีนและไขมันในปริมาณที่น้อยจะเกิดความรู้สึกหิวเร็ว จึงอาจจะทำให้กินมากเกินไป

*ความเชื่อ: การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง จะทาให้เกิดภาวะคีโตซิส (ketosis) ซึ่งช่วยลดความหิว
*ข้อเท็จจริง: ภาวะคีโตซิส เกิดขึ้นเมื่อร่างกายถูกจำกัดการบริโภคแป้งและน้ำตาล อันเนื่องมาจากการกินแต่อาหารประเภทโปรตีน ร่างกายจึงหันไปเผาผลาลไขมันที่สะสมอยู่แทนที่จะเป็นคาร์โบไฮเดรต แม้ คีโตนบอดี้ส์ที่เกิดขึ้นจากภาวะคีโตซิส จะทำให้ลมหายใจมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว แต่ไม่ได้ ทำให้ความอยากกินอาหารลดลง อย่างไรก็ดี การกินโปรตีนในปริมาณทีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายคุณจะช่วยลดความหิว และทำให้น้ำหนักลดลงไต้ เพียงแต่ว่า น้ำหนักที่ลดลงจะเกิดจากการเสียน้ำและกล้ามเนื้อ ไม่ได้เกิดจากการลดลงของไขมัน ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนักโดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณก็คือ การลด ปริมาณแคลอรี่ลง แต่ยังคงกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน อย่างสมดุล

*ความเชื่อ: ร่างกายจะเผาผลาญไขมันได้ด้วยการกินอาหารบางอยาง เช่น เกรฟฟรุ๊ตและแกงจืดผักกาดขาว
*ข้อเท็จจริง: คุณควรกินเกรพฟรุ๊ตครึ่งลูก ก่อนการกินอาหารเพื่อที่จะได้ รับประโยชน์สูงสุดจากเอนไซม์ ที่ช่วย
เผาผลาญไขมันที่อยู่ในผลไม้ชนิดนี้ เกรพฟรุ๊ตไม่มีไขมัน จึงมีแคลอรี่และโซเดียมต่ำ แถมมีวิตามินซีสูง แต่การ
กินเกรพฟรุ๊ต ที่ไม่มีโปรตีน ตลอดจนวิตามินและเกลือแร่สำคัญอีกหลายชนิดก็ไม่ดีต่อร่างกายในระยะยาว เพราะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เช่นเดียวกับแกงจืดผักกาดขาว ซึ่งอาจจะทำให้ร่างกายเกิดอาการหวิว ๆ และไม่มีแรงเพราะว่ามีโปรตีน วิตามินและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนต่ำ จริงอยู่น้ำหนักคุณอาจจะลดลง แต่คุณอาจจะรู้สึกวิงเวียนเกินกว่าจะเอร็ดอร่อยจำไว้ว่า ไม่มีอาหารชนิดไหนที่จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ แม้แต่อาหารที่มีกาเฟอีนสูง ซึ่งอาจจะช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญให้เพิ่มขึ้นได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ไม่ทำให้น้ำหนักลด

*ความเชื่อ: การออกกำลังกายทำให้กินมากขึ้นฉะนั้น อย่าออกกำลังกายดีกว่า
*ข้อเท็จจริง: มีการวิจัยพบว่าหลังจากออกกำลังกายนาน 20 นาที ผู้ที่ออกกำลังกายไม่ได้กินอาหารมากกว่าผู้ทีไม่ได้ออกกำลังกายแต่อย่างใด แต่ที่แตกต่างกัน คือ ผู้ที่ออกกำลังกายจะรู้สึกว่าอาหารมีรสชาติอร่อยขึ้น

*ความเชื่อ: การกินอาหารที่มีแคลอรี่สูงในตอนเย็นจะทำให้น้ำหนักขึ้น
*ข้อเท็จจริง: ไม่ว่าจะกินมี้อไหนก็ทำให้อ้วน หากร่างกายไม่สามารถเผาผลาญอาหารที่มีแคลอรี่สูง ๆ ที่คุณกิน
เข้าไปได้หมด ฉะนั้นควรระวังอย่ากินขนมขบเคี้ยวขณะอยู่หน้าจอทีวี เพราะคณจะกินเพลินจนปริมาณแคลอรี่พุ่งสูง ฉะนั้นขอย้ำอีกครั้งว่าวิธีการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด คือ การลดปริมาณแคลอรี่จากอาหารที่กิน และออกกำลังกายหรีอขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น





ที่มา

http://www.thaicalory.com/

27 June, 2011

วิธีการ สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อลดความอ้วน

เรารู้กันอยู่แล้วว่า ลดความอ้วนนั้นเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ แรงบันดาลใจในการลดน้ำหนักจึงสำคัญมากๆเพราะเป็นการเตรียมตัวและใจของเราให้พร้อมและมีแรงฮึด สู้ไม่ถอย วันนี้พี่มีกลวีการสร้างแรงบันดาลใจเพื่อลดความอ้วนมาฝากครับ

กลวิธีที่1
ขอให้คิดเสมอว่า เราจะต้องมีหุ่นที่สวยได้อย่างแน่นอน แน่นอนหากเราคิดเช่นนี้ การกระทำของเราก็จะเดินทางไปพร้อมกับความคิด มีความมุ่งมั่นว่าจะต้องมีหุ่นสวยให้ได้ แล้วเราจะทำทุกวิธีทาง
เพื่อเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางของความตั้งใจ นั่นคือการูปร่างทีสวยงาม นอกจากนี้แล้ว มันยังช่วยให้เกิดความฮึกเหิมมากยิ่งขึ้นด้วยตราบใดที่คิดอยากจะลดหุ่น เพื่อให้ทรวดทรงองค์เอวเพรียวบาง ตราบ
นั้นเราก็จะมีความพยายามที่จะทำให้ได้ แล้วในที่สุดก็จะทำมันได้ แต่หากเรามัวแต่คิดว่า เราคงไม่มีวันผอมได้อย่างแน่นอน แรงกายแรงใจก็จะหดหาย ทำให้เกิดความรู้สึกทดท้อ มันจะแสดงผลถึงการกระทำของเรา ที่จะเหลือความตั้งใจและมุ่งมั่นเพียงน้อยนิด และหมดแรงฮึดไปในที่สุด

กลวิธีที่2
เมื่อคุณเห็นคนทีมีร่างกายสมบูรณ์แบบ ชนิดที่ว่ารูปร่างเพอร์เฟ้กต์
เต็มไปด้วยมัดกล้ามแบบชายหนุ่มมาดแมน (แรงเกินร้อย) หรือหุ่นนางแบบ
สุดแสนเข็กขี่ (เกินห้ามใจ) คุณที่เป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชายก็อยากจะมีรูป
รางอย่างนั้นบ้างใชไหมละ ซึ่งมันฟงผลถึงต่อมความรู้สึกอยากของคุณ ก่อน
ที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นความพยายามที่มุ่งมั่นนี่แหละคืออีกหนึ่งแรงบันดาลใจ
ที่สำคัญเช่นกัน เพราะมันทำให้คุณรู้สึกอยากมีรูปร่าง*บบนั้นบ้าง แรง
บันดาลใจนี้ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่คุณหารูปนายแบบนางแบบหรือจะเป็น
รูปของใคร่ได้ คนที่คุณอยากมีรูปร่างอย่างเขาคนนั้น นำมันมาติดไว้ตรง
ที่ๆ คุณจะเห็นได้ชัดทุกเวลา เช่น ติดตรงตู้เย็น ประตูห้องนอน ประตูห้องน้ำ
หรือตามผนังบ้านในส่วนด่างๆ หรือจะติดรอบบ้านเลยก็ได้ รูปพวกนั้นจะ
ทำให้คุณรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาว่า คุณจะต้องมีรูปรางแบบนั้นให้ใด้ แถมยัง
เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีด้วย ว่าอีกไม่นานคุณก็จะมูีรปร่างทีแสนเพอร์เฟ้กต์
อย่างนี้แล้วล่ะ แรงบันดาลใจของคุณจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นกองเชียวนะ


กลวิธีที่3
การจะลดน้ำหนักให้ได้ผลนั้นคือ การทำเพื่อตัวเอง ไม่ใช่การทำเพื่อคนอื่น เพราะนี่มันคือร่างกายของเรา มันจึงเป็นการเริ่มต้นที่ความตั้งใจที่แท้จริงของเราเท่านั้น อย่าเอาใครคนไหนมาเป็นตัวตัดสินว่าเราจะต้องทำเพื่อเขา เราลดน้ำหนักตามความต้องการของเพื่อน ของคนรัก ของคนรอบข้าง ทีชอบบ่นกระปอดกระแปดว่าคุณชักจะอ้วนเกินไปแล้วนะ ช่วยๆลดหน่อยได้ไหม หากเราลดเพื่อเหตุนี้ มันไม่ใช่แรงบันดาลใจที่ดีนัก การทำแบบนั้นจะทำให้เรามีแรงบันดาลใจเพียงชั่วขณะเดียวเท่านั้น แต่นานไปเราจะรู้สึกท้อใจ ถ้ามันยังไม่ประสบความสำเร็จ จะเกิดคำถามขึ้นว่า “นี่ฉันกำลังทำถ้าอะไรอยู่เนี่ย” แล้วในที่สุดก็จะเลิกล้มความตั้งใจไป ทางที่ดีที่สุดคือการเริ่มต้นทำเพื่อตัวเอง ตัวของเราเองเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะมันจะทำให้ตอบคำถามของตัวเองได้ ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้น ไม่ใช่การทำเพื่ออะไร แต่เป็นการทำเพื่อตัวเองอย่างแท้จริง ผลที่ได้ก็เพื่อตัวของเราเอง แรงบันดาลใจของคือความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อตัวเอง ไม่ใช่ทำเพื่อใคร สิ่งนี้จะทำให้เราไม่ละทิ้งความตั้งใจไปกลางคัน และมันจะทำให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

แรงบันดาลใจที่นำเสนอวันนี้ คือสิ่งที่เราจำเป็นต้องมีไว้ใช้ในการลดความอ้วน เพราะมันคือแรงบันดาลใจที่ใช้ได้จริง เมื่อไหร่เราทำให้ตัวเอง มีแรงบันดาลใจทั้งสามข้อนี้แล้ว เส้นชัยจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม