28 January, 2011

การบำบัดด้วยอโรมาเธอราปี

การบำบัดด้วยอโรมาเธอราปีเป็นการใช้น้ำมันหอมระเหย มาใช้ในการบำบัด น้ำมันที่ได้นี้สกัดมาจากส่วนต่างของพืช ชนิดต่างๆ

อโรมาเธอราปี




การบำบัดด้วยอโรมาเธอราปี


แบ่งออกเป็นบำบัดตามส่วนต่างๆเช่น

ผม
1.เพื่อแก้ปัญหาผมแห้ง
ทำได้โดยการผสมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ เมล็ดแครอท เจอราเนี่ยม
เบิร์ช แซนเดิ้ลวู้ด เยรโรว์ อย่างใดอย่างหนึ่ง 2 หยดกับน้ำมันพื้นฐาน เช่น อัลมอนด์หอม อโวคาโด
โจโจบา น้ำมันงา จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ ให้ชโลมเส้นผมและหนังศีรษะ แล้วห่อด้วยผ้าขนหนูที่ชุบน้ำอุ่นไว้ 2 ชั่วโมง หรือทั้งคืนก็ได้ แล้วล้างออกด้วยน้ำผลไม้เช่น เลมอนคั้นสด ช่วยให้ผมเป็นเงางามไม่แห้ง และผมจัดทรงได้ดี

2.เพื่อแก้ปัญหาผมมัน
ให้สระด้วยแซมพูอ่อนๆ ที่ผสมโรสแมรี 1 หยด หรือจะใส่ลาเวนเดอร์
ยูคาลิปตัส ไซเพรส เลมอน เพราะน้ำมันหอมระเหยที่กล่าวมานี้ดีสำหรับผมมัน แต่ว่าจะใช้เบซิล เสจ ไทม์ ก็ได้เช่นกัน

3.แก้ปัญหาผมเสียหรือแตกปลาย
ให้ใช้น้ำมันหอมระเหยเเคดเด และคาโมไมล์เยอรมันหยดในแชมพูอ่อนๆ สระผม หรึอจะใช้ผสม 2-3 หยดกับน้ำมันพื้นฐาน เช่น โจโจบา หรือน้ำมันงา ใช้นวดแล้วหมักโดยห่อผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นๆไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

4.เพื่อให้ผมดำเงางาม
โดยใส่น้ำมันหอมระเหยแพทชูลี่ และกระดังงา อย่างละ 1 หยด ใน
น้ำ้มันตัวพา 1 ช้อนโต๊ะ นวดให้ทั่วหนังศีรษะ แล้วห่อด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น หมักทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ก่อน แล้วสระออก

อโรมาเธอราปีกับการอาบน้ำ
การจะแช่น้ำผสมน้ำมันหอมระเหยนั้น ก่อนอื่นต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดก่อน แล้ว
จึงลงแช่โนอ่างอาบน้ำซึ่งได้หยดน้ำมันหอมระเหยลงไปผสมกับน้ำอุ่น ต้องลงทันทีที่ผสม ความอุ่นของน้ำจะช่วยให้น้ำมันซึมซาบเข้าสู่ผีวพร้อมๆ กับได้สูดดมกลิ่นไอหอมไปด้วย จะทำให้รู้สึกดีผ่อนคลายและสบายตัวหากขัดถูด้วยฝองน้ำ หรือบวบถูตัวจะได้ผลดียิ่งขึ้น
ส่วนการอาบน้ำด้วยฝักบัว หรือตักอาบให้ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำอุ่น คิดให้หมาดๆ แล้ว
หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนผ้า ขัดถูตามร่างกายจะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบาย และสดชื่น

เซลลูไลต์หรือเปลือกส้ม
การบำบัดเซลลูไลต์นั้นก็มีวิธีดังนี้
1. นวดบริเวณที่เป็นเซลลูไลต์ ด้วยน้ำมันนวดผสมกับน้ำมันหอมระเหยไซเพรส เจอราเนี่ยม เกรฟฟรุต จูนิเพอร์ ลาเวนเดอร์ เลมอน ออเร้นจ์ หรือ โรสแมรี่วันละ 2 ครั้งเพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิต

2. ใส่น้ำมันหอมระเหยที่กล่าวมา 2-3 หยดในน้ำอุ่นๆ แล้วถูนวดกับฟองน้ำ หรือบวบถูตัว เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต น้ำมันหอมระเหยจะช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

สำหรับผิวเหี่ยวย่น หยาบกร้าน
-เพิ่มความชุ่มชื้น และลดริ้วรอย
โดยผสมน้ำมันหอมระเหยเมล็ดแครอท 4-5 หยดกับน้ำมันตัวพา 1 ช้อนโต๊ะ นวดผิวหนังวันละครั้งก่อนนอน อาจใช้พาลมาโรส หรือแฟรงคินเซ้นส์แทนก็ได้

-ทำให้ผิวหนังสดชื่นและคืนความมีชีวิตชีวา
โดยใช้น้ำมันหอมระเหยเฟนเนิล 4- 5 หยดกับน้ำมันตัวพา 1 ช้อนโต๊ะใช้ทานวดหน้าและลำคอเป็น
ประจำ

-ทานวดผิวเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวหนัง
ด้วยน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ เนโรลี่ เบอร์กาม็อทและกระดังงากับน้ำมันตัวพา อย่างเช่น อัลมอนด์หอม อีฟนิ่งพริมโรส อโวคาโด

เท้า
-หากเท้ามีอาการบวม
ให้แช่เท้าที่บวมในอ่างในน้ำแข็ง โดยผสมลาเวนเดอร์ 3 หยด แช่ 10นาที จะทำให้สดชื่น และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
-ผ่อนคลายเท้าในน้ำอุ่น
โดยใส่น้ำมันหอมระเหย 3 -5 หยด ใส่เกลือแมกนีเซียมซัลเฟต 1 ช้อน
โดยแช่ 15 นาที (ไซเพรส และทีทรีเป็นยาดับกลิ่นโดย ธรรมชาติ )

-นวดเท้าด้วยน้ำมันนวดที่ผสมน้ำหอมระเหย
โดยน้ำมันตัวพา 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำมันหอมระเหย 4-5 หยด

สุขภาพปากและฟัน
สำหรับสุขภาพปากและฟัน ทำได้โดยหยดน้ำมันหอมระเหย 2-3 หยดในน้ำ 1/4 แก้ว คนให้เข้ากัน แล้วใช้บ้วนปาก หรือกลั้วคอสำหรับ เด็กควรใช้เพียง 1 หยดเท่านั้น

สำหรับการอบไอน้ำให้ใบหน้า
ให้เทน้ำร้อนประมาณ 1 ลิตรในอ่าง แล้วใส่น้ำมันหอมระเหยประมาณ 4-5 หยด จากนั้นอังหน้า
ไว้เหนือน้ำร้อนประมาณ 1 ฟุต ใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะไว้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหย
* อ่านคำเตือน หรือฉลากให้เข้าใจก่อนใช้
* ระวังในเรื่องของปริมาณการใช้น้ำมันหอมระเหย เพราะถ้าใช้มากเกินไปอาจทำให้ผิวหนัง
ระคายเคือง
* เก็บในขวดแก้วทึบแสง ให้พ้นจากความชื้น แสงแดด ความร้อน และใช้ให้หมดภายในเวลา
ที่กำหนดไว้ ประมาณ 1-3 ปี
*ห้ามใช้น้ำมันหอมระเหยโดยตรงต่อผิวหนัง
* ห้ามให้น้ำมันหอมระเหยเข้าดวงตา ซึ่งถ้าเข้าตาแล้วคุณควรธีล้างออกด้วยพสด หรือน้ำมัน
พืช และควรธึพบแพทย์โดยเร็ว
*อย่าปล่อยให้ผิวหนังโดนแสงแดด หลังการใช้น้ำมันหอมระเหยไลม์ เลมอน เบอร์กามอท
ออเร้นจ์ เพราะอาจเกิดอาการระคายเคืองได้
* ห้ามใช้กับหญิงมีครรภ์ โดยไม่ได้รักษาแพทย์ก่อน ห้ามใช้นวดบำบัดผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยว
กับกล้ามเนื้อ หรือกระดูกหัก


ขอบคุณภาพจาก umember.com

24 December, 2010

มารู้จักกับสบู่กันดีกว่า

สบู่

คำว่าสบู่ คนทั่วไปหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาด สบู่เกิดขึ้นนานกว่า 2000 ปีก่อนคริสตศักราช แต่ไม่ใช้สบู่ที่มีรูปร่างเหมือนเช่นปัจจุบัน การทำสบู่เป็นอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่สุดของโลก ประเภทหนึ่งโรงงานผลิตสบู่เกิดขึ้นก่อนในยุโรป การทำสบู่เป็นทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะ และมีการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นมาก จปัจจุบันมีรูปแบบและสภาพแตกต่างไปจากเดิมที่เป็นเพียงก้อนสบู่ เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว คนเรามักนึกถึง สบู่มารู้จักสบู่กันสักนิดหนึ่ง

การแบ่งประเภทของสบู่
1.สบู่ก้อนขุ่น
สบู่ประเภทนี้มีลักษณะเป็นก้อนและมีลักษณะขุ่น
ภาษาอังกฤษจึงเรียกกันว่า opaque soap
สบู่ประเภทนี้ก็เป็นสบู่ที่เรารู้จักกันดีเเละใช้กันเป็นประจำสบู่ก้อนขุ่นทั่วไปมีสารเพิ่มความชุ่มชื้นเป็นส่วนผสมอยู่ไม่มากนักแม้ว่าสบู่กอนขุ่นทำความสะอาดผิวได้ดี
แต่อาจทำลายน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติและไขมันที่จำเป็นได้
คนที่มีสภาพผิดธรรมดาหรือผิวมันสามารถผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงมาทดแทนได้
เมื่อใช้สบู่ประเภทนี้จึงไม่เกิดผิวแห้งตึง แต่คนที่มีผิวแห้ง การสร้างน้ำมันหล่อเลี้ยงทดแทนทำได้ช้าเเละอาจช้ากว่าการทำความสะอาดผิวครั้งต่อไปการใช้สบู่ประเภทนี้จึงอาจทำให้ผิวแห้งตึง และระคายเคีองได้

2.สบู่ก้อนใส
สบู่ประเภทนี้ยังคงมีลักษณะเป็นก้อน แต่ต่างจากสบู่ก้อนขุ่นตรงที่มีความใส
ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Tranparent soap
สบู่ก้อนใส มีปริมาณของสารเพิ่มความชุ่มชื้นบำรุงผิวมากกว่าสบู่ก้อนขุ่น
การใช้สบู่ประเภทนี้จึงช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้านได้มากกว่าการใช้สบู่ก้อนขุ่น
แต่ข้อเสีย คือ มีปริมาณฟองน้อยกว่า แถมละลายหมดเร็วกว่าสบู่ก้อนขุ่นด้วย
คุณที่คิดว่าสบู่ที่ดีต้องมีฟองมาก คงไม่ค่อยชอบใช้สบู่ใสนัก ทั้ง ๆ ที่สบู่ใสใช้ดีกว่า

3.สบู่เหลว
อธิบายง่าย ๆ สบู่เหลว เป็น สบู่ที่เป็นของเหลว ไม่เห็นลักษณะเป็นก้อน
ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Liquid soap บางคนก็ชอบใช้ทำความสะอาดร่างกายด้วย
สบู่เหลวนี้ คือ ที่มาของแชมพูสระผมที่เราใช้กัน



การเลือกใช้สบู่
-เลือกใช้สบู่ที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อน เพื่อช่วยรักษาสภาพผิวให้เป็นธรรมชาติของกรดอ่อนไว้
-อย่าใช้สบู่ฤทธิ์แรงที่ทำความสะอาดสิ่งสกปรกให้หลุดออกมาใช้กับผิวกาย เพราะไม่เพียงสิ่งสกปรกจะหลุดออกเท่านั้น ผิวหนังอ่อนๆ ก็จะหลุดออกมาด้วย
-ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพิ่มความชุ่มชื่น จะช่วยจะทำความสะอาดผิวพรรณให้เป็น ต้องรู้จักผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวด้วย