13 October, 2012

ผมสวยด้วยไข่

ไข่แดง

ผมสวยด้วยไข่

ปัจจุบันผู้หญิงมีสารพัดวิธีในการแต่งเติมความสวยให้กับเส้นผมเรา เช่น การยืดผม ดัดผม อบไอน้ำ ทำสีผม สารพัด ตอนทำเสร็จใหม่ๆ ก็สวยดังใจ แต่พอผ่านไป ผมที่ผ่านการทำมาเยอะๆ ก็มักจะเสีย เปราะบาง เพราะผ่านความร้อน หรือน้ำยาเคมีมากๆ ผมเสีย เปราะบาง แห้งกรอบ แตกปลายง่าย กลายเป็นปัญหาหนักอกให้สาวๆ ไม่น้อย

เมื่อเราทำสีผม ดัดผม ยืดผมแล้ว ช่างเสริมสวยมักจะแนะนำให้บำรุงเส้นผมด้วยการหมักผม หรืออบไอน้ำบ่อยๆ แต่ว่าการเข้าร้านเสริมสวยบ่อยๆ สตุ้งสตางค์เราก็หมดไปไม่ต่ำกว่า 200 บาทต่อครั้ง  ดังนั้นจะดีกว่ามั้ย ถ้าเราหาวิธีบำรุงผมเอง ในราคาประหยัดสบายกระเป๋า จากของในครัว นั่นคือ “ไข่” ค่ะ

วิธีบำรุงผมด้วยไข่
1. ตอกไข่ใส่ในถ้วย ใช้เฉพาะไข่แดง
2. ตีไข่ให้แตก ชโลมบนเส้นผมให้ทั่วๆ นวดเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว
3. คลุมผมไว้ประมาณ 15-30 นาที
4. สระผมด้วยแชมพูและครีมนวดตามปกติ
5. เช็ดผมให้แห้ง จะสังเกตว่า ผมจะนุ่มลื่นขึ้น ทำอาทิตย์ละครั้ง

ผมสวย ในราคาถูก แถมไม่ต้องซื้อหาอีก แค่เปิดตู้เย็น หยิบไข่มาใช้ ผมก็สวยถูกใจแล้ว ลองทำกันดูนะคะ


06 September, 2012

รักแร้(แท้)...ดูแลได้

รักแท้ เอ๊ย รักแร้ ดูแลได้ เพื่อให้คนที่พบเห็นตกตะลึงปานโฆษณาใต้วงแขนขาวสะกดใจ ในสมัยนี้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป มีหลายสารพัดวิธี เช่น แวกซ์ เลเซอร์  (หรือง่ายสุดๆ ใช้ photoshop นั่นเอง 5555+++)
ก่อนที่สาวๆ จะตัดสินใจว่าจะทำให้ใต้วงแขนของตัวเองขาวด้วยวิธีไหนดี เรามีข้อมูลดีๆ มาฝากก่อนกัน

รักแร้นั้น เป็นส่วนของข้อพับใต้วงแขนที่ประกอบไปด้วยรูขุมขนและต่อมเหงื่อปริมาณมาก ซึ่งต่อมที่ชื่่อว่า apocrine gland จะสร้างเหงื่อที่มีสารประเภทฟีโรโมนซึ่งมีกลิ่นเฉพาะตัว หรือเรารู้จักกันในชื่อว่า กลิ่นเต่า ส่งกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ใครหลายๆคนไม่อยากจะมี ใครที่มีปัญหาเรื่องกลิ่นตัว ลองแก้ไขตามวิธีการต่อไปนี้ดู
1. ทำความสะอาดด้วยสบู่เพื่อชำระเหงื่อ
2. กำจัดขนเพื่อลดการหมักหมมของแบคทีเรีย
3. ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ซึ่งมีหลายรูปแบบมาก ทั้งสเปรย์ โรลออน และสติ๊ก ซึ่่งคุณสมบัติไม่ต่างกัน แต่ต้องระวังแบบน้ำมัน (oil) เพราะอาจทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันได้ ส่วนผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ จากการวิจัยพบว่า สารลดการขับเหงื่อจะไปปิดกั้นต่อมเหงื่อจนก่อให้เกิดมะเร็งได้หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
4.  ใช้สารส้ม สารส้มเป็นสิ่งที่ใช้กันมาแต่โบร่ำโบราณแล้ว ว่าถ้าใครมีกลิ่นตัวให้ใช้สารส้ม เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นด่าง จึงช่วยลดความเป็นกรดในเหงื่อลงได้ ทำให้กลิ่นตัวลดลง
5. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่น เช่น กระเทียม
6. หากมีกลิ่นตัวเนื่องจากการทำงานที่ผิดปกติของรูขุมขนและต่อมเหงื่อ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

....นอกจากไม่อยากมีกลิ่นตัว สิ่งที่เป็นยอดปรารถนาของสาวๆ คือ เกลี้ยงเกลา ไร้ขน แต่.....
รู้หรือไม่ว่า ขนนั้นร่างกายได้สร้างขึ้น เพื่อให้ความอบอุ่น ลดการเสียดสี แต่ขนที่ขึ้นบริเวณรักแร้ซึึ่งเป็นจุดอับทำให้เกิดปัญหากลิ่น และยังขัดกับทัศนคติที่ฝังหัวว่า... ต้องเกลี้ยง ไม่มีขน ดังนั้น การกำจัดขน จึงเป็นที่นิยมให้เลือกทำ ตามความชอบ ความสะดวก และเงินในกระป๋อง แต่ว่า แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียซึ่งควรชั่งใจให้ดีก่อนทำนะคะ..

1. โกน
ข้อดี.. ง่าย สะดวก เร็ว
ข้อเสีย.. เนื่องจากรากยังอยู่ จึงงอกเร็ว แข็งเป็นตอ และถ้าโกนผิด อาจจะทำให้เกิดแผลอักเสบได้

2. ถอน
ข้อดี...กำจัดแบบถอนราก ทำให้ขนที่งอกใหม่ใช้เวลานานกว่าจะขึ้นอีกครั้ง
ข้อเสีย... ใช้เวลานานกว่าจะถอนออกหมด และทำให้เกิดตุ่มลักษณะหนังไก่เนื่องจากขนคุดได้

3. แว็กซ์
ข้อดี...เหมาะกับคนที่มีขนยาวและหนา เร็วกว่าการถอน ขนที่ขึ้นใหม่จะนุ่มและงอกช้า
ข้อเสีย ... ค่อนข้างเจ็บ ทำให้เกิดตุ่มหรือการแสบได้ และทำให้รูขุมขนใหญ่ขึ้น

4. เลเซอร์
ข้อดี... เป็นการทำลายรากขน ขนไม่งอกขึ้นมาใหม่อีกเป็นระยะเวลาหนึ่งอาจจะปีสองปี แต่ถึงอย่างไร การกำจัดขนแบบถาวรไม่งอกขึ้นมาอีกเลยตลอดชีวิตยังไม่มีการรับประกัน เนื่องจากร่างกายจะสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ
ข้อเสีย... ต้องมีการทำซ้ำประมาณ 4-5 ครั้ง ค่าใช้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท แต่อาจจะสูงหรือต่ำกว่านี้ก็ได้แล้วแต่ว่าไปทำที่ไหน

5. จี้ด้วยไฟฟ้า
ข้อดี... กำจัดได้ประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนขนที่จี้ไฟฟ้าในแต่ละครั้ง
ข้อเสีย...อาจเกิดรอยแผล รอยไหม้ หรือการระคายเคือง ต้องใช้เวลานาน และเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-5,000 บาทต่อครั้ง

หลังการกำจัดขนอาจใช้ผ้าชุบน้ำแข็งโปะเพื่อกระชับรูขุมขน และควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เช่น โลชั่น เพราะอาจทำให้เกิดการอุดตันและอักเสบขึ้น

หลังจาก ไม่มีกลิ่น ไร้ขน มาถึงคิวใต้วงแขนขาวสะกดใจ ว่าจะทำอย่างไรให้ขาว ซึ่งวิธีการปรับสีผิวนั้นทำได้หลายวิธี
1. ใช้ยาหรือเวชสำอางลดการทำงานของเม็ดสี เช่น ยาในกลุ่มไวเทนนิ่ง ได้แก่ kojic Acid, Licorice, retinal ที่ไม่มีส่วนผสมของสารปรอท โดยหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป

2. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทาวงแขนขาวที่ผสมกรดผลไม้ มีความเข้มข้น 5-8 เปอร์เซ็นต์ เพื่อผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้น

3. เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับสารเคมีตัวเดิมนานเกินไปจนเกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง ควรเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ใต้วงแขนทุกๆ 6 เดือน

เพียงเท่านี้ วงแขนของคุณก็จะขาวใส หอมเนียน สะกดใจใครหลายคนได้อย่างไม่ยากเย็น