04 October, 2010

เชื้อโรคที่พบในร้านเสริมสวย

เชื้อโรคที่พบในร้านเสริมสวย
เชื้อโรคที่พบในร้านเสริมสวย

จากการสำรวจความสะอาดในร้านเสริมสวย "โครงการสถานที่เสริมสวยหรือแต่งผมสะอาด ปลอดมลพิษเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี" โดยสำนักอนามัยกรุงเทพฯ เมื่อปี 2550 พบเชื้อราในหวีและแปรง 27.34 เปอร์เซ็นต์

ในรายงานเรื่อง "ระวัง! ร้านเสริมสวยทำป่วย" นิตยสาร "ชีวจิต" ฉบับ มี. ค. รศ.พ.ญ.วรัญญา บุญชัย ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ข้อมูลว่า เชื้อโรคที่พบในร้านเสริมสวยแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

โรคเชื้อราผิวหนัง
เจอได้ในผ้าเช็ดผม เพราะหากซักแล้วไม่ได้ผึ่งแดดให้แห้งสนิทเพื่อฆ่าเชื้อโรค เชื้อราจะเจริญเติบโต อีกอย่างคืออุปกรณ์ทำเล็บ เช่น กรรไกรตัดเล็บ ตะไบเล็บ อาจติดมาจากคนที่มีเชื้อและฆ่าเชื้อโรคไม่หมด รวมทั้งพบได้บ่อยในผู้ที่ชอบทำเล็บหรือต่อเล็บ เพราะทำให้เล็บจริงไม่ได้รับอากาศ เวลาโดนน้ำจะชื้น หากเป็นหนักเล็บจะเสียและยุ่ย

โรคจากเชื้อไวรัส
เช่น โรคหูด เกิดจากอุปกรณ์ที่สัมผัสกับผิวหนังต่างๆ เช่น กรรไกรตัดเล็บ หวี และหินขัดเท้า

โรคจากเชื้อแบคทีเรีย
เกิดจากอุปกรณ์ทั่วไปในร้านเสริมสวยที่ทำความสะอาดไม่ดีพอและใช้ร่วมกัน จำพวกหวีและแปรงต่างๆ

โรคติดเชื้อจากปรสิต
เช่น ติดเหาจากอุปกรณ์ประเภทหวีและล่าสุด คือ อาจติดโลนขนตาจากกาวที่ใช้ติดขนตาปลอม เพราะช่างใช้กาวหลอดเดียวกันกับลูกค้าหลายคน

นอกจากโรคติดต่อทางผิวหนังแล้ว จากการศึกษายังพบโรคติดต่อทางเลือดอีกหลายชนิดในร้านเสริมสวย ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุและการไม่เปลี่ยนใบมีด

เชื้อโรคไวรัสอักเสบชนิดบีและซี
ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ อุปกรณ์ที่เป็นพาหะคือมีดโกน กรรไกรตัดเล็บ และของมีคมต่างๆ ที่ใช้ในการเสริมความงาม

จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ Emory University School of Medicine สหรัฐ อเมริกา วิจัยพบว่าน้ำยาฆ่าเชื้อที่นิยมใช้กันในร้านเสริมสวยไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัส ตับอักเสบซีได้ ทางที่ดีควรเลือกร้านที่เปลี่ยนใบมีดจะดีที่สุด

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสารเคมีที่ใช้ในร้านเสริมสวย ไม่ว่าจะเป็นยาย้อมผม ดัดผม ทำสี หรือสเปรย์

แล้วเราจะป้องกันอย่างไร?

คุณหมอวรัญญาแนะนำว่า ควรสังเกตว่า ร้านนั้นๆ มีระบบระบายอากาศที่ดีหรือไม่ เพื่อไม่ให้โดนละอองจากสารเคมีมากเกินไป และสังเกตความสะอาดของร้านและอุปกรณ์ที่ใช้ จะช่วยป้องกันเชื้อโรคเบื้องต้นได้ทางหนึ่ง


ที่มา:http://guru.sanook.com/pedia/topic/ระวัง_เชื้อโรคในร้านเสริมสวย/

02 October, 2010

เทคนิคคุมน้ำหนัก

วิธีการลดน้ำหนักง่ายมาก
การลดน้ำหนักแบบง่ายๆมีดังนี้
- ห้ามกิน แป้ง น้ำตาล และไขมัน ทุกชนิด ยกเว้นธัญพืช จากธรรมชาติ

- พยายามดูส่วนผสมของอาหาร ก่อนทานอาหาร เพื่อไม่ให้เรารับสารพิษ

- น้ำตาลคือยาเสพติดถูกกฎหมายชนิดร้ายแรง เช่นเดียวกับผงขาว เนื่องจากเมื่อเสพจะมีความสุข ทำให้มีเซ๊กซ์ได้ดี และมีแรงในการออกกำลังมาก แต่ข้อเสียคือ ทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาด เกิดการบาดเจ็บภายในกล้ามเนื้อได้ง่าย เมื่อไม่เผาผลาญ จะเปลี่ยนเป็นไขมันย่อยยากทันทีภายใน 1 ชั่วโมง

- งดของทอดทุกชนิด งดข้าวขัดขาว แป้งสีขาว แล้วหันมาทานขนมปังโฮวีท นมที่ไม่มีน้ำตาล สันในไก่ อกไก่ อาหารควรต้ม หรืออบเท่านั้น ห้ามทอด เพราะการทอด น้ำมันช่วยในการทำให้อาหารไม่ติดกะทะเท่านั้น แต่ถ้าร่างกายได้รับเข้าไป คือสิ่งที่ไม่สามารถนำเอาออกมาได้

- อาหารเน้นกับ ทานผัก ผลไม้สด เช่น ฝรั่ง ส้ม แอปเปิ้ล กล้วยน้ำว้า ไม่ควรทานผักที่ต้ม หรือทอด

- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีผงชูรส เช่น ขนมถุง เพราะจะทำให้อยากอาหารและกินอาหารมากกว่าปกติ

- หลีกเลี่ยงคาเฟอีนทุกชนิด เพราะจะทำให้เราเสพน้ำตาลได้ง่าย ถึงจะทำให้มีความสุข แต่จะทำให้มีนิสัยอมนุษย์ได้ง่าย เช่น โกรธง่าย เกลียดคนง่าย นินทา ว่าร้ายผู้อื่น ริสยา อยากได้ของผู้อื่น

- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอร์ เพราะจะทำให้ตัวบวมน้ำ และเมื่อทานน้ำตาลเข้าไปจะทำให้ไขมันแทรกตัวตามส่วนตัวๆ ที่ออกกำลังกาย เช่น พุง แก้ม น่อง เป็นต้น

- ทานอาหารทุกๆ 2 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 1 กำมือ เลิกทานอาหารมื้อหนัก เพื่อไม่ให้กระเพาะคราก สังเกตเวลาทานหมูกะทะ เมื่อทานมากๆ หลังจากเลิกทานได้ 1-2 ชั่วโมงก็จะหิวอีก เพราะกระเพาะเหมือนลูกโป่ง เมื่อพองใหญ่ มื้อต่อไปถ้าจะกินให้อิ่ม ให้กินเท่ากับมื้อก่อนถึงจะอิ่ม แต่ถ้าลดอาหาร เปลี่ยนจากมื้อใหญ่มาเป็นมื้อย่อย ทานเป็นระยะ ก็จะผอม เนื่องจากร่างกายเผาผลาญอาหารได้หมด

- อาหารมื้อสำคัญสุดคือมื้อก่อนนอนเพราะจะทำให้มีแรงในยามเช้า อย่าเชื่อที่จะงดอาหารเย็น หรือมื้อค่ำ เพราะผู้ที่ทำเช่นนี้จะอ้วนลงพุงทุกคน สาเหตุมาจาก ขณะที่เราหลับ 8 ชั่วโมง ร่างกายไม่มีอาหาร แม้แต่น้ำ เพราะถ้าร่างกายขาดอาหาร ก็จะเครียด ทำให้ตื่นเช้าไม่ไหว ไม่อยากลุก และการทานอาหารมื้อเช้าหนักเกินไป จะทำให้อ้วนหนัก เพราะมื้อเที่ยง บ่าย เย็น ก็ทานอีก

- การนอนไม่ควรนอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมง และห้ามเกิน 8 ชั่วโมงเพราะจะทำให้ร่างการล้า เครียด และระบบภายในพัง

- พยายามนั่งถ่ายท้องทุกเช้า เพื่อสร้างสุขลักษณะที่ดี จะได้ไม่ทำให้ลำไส้ใหญ่เป็นที่ล้างท่อระบายน้ำ

- เลิกกินยาโรงพยาบาลทุกชนิด ที่ไม่ใช่สมุนไพร เนื่องจากมีสารตกค้างมาก เช่น พารา / ยาแก้อักเสบ หากจำเป็นควรเลิกใช้ก่อน 3 วัน ไม่เช่นนั้น จะติดยาเสพติดที่ใส่ในยานั้น เพราะยามีหน้าที่ระงับประสาท ไม่ได้เอาไว้รักษาให้หาย

- พยายามดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 2 ลิตรแนะนำนำน้ำขวดลิตรวางไว้ข้างคอมพิวเตอร์ จิบดื่มเป็นระยะ ทำให้สมองโล่ง ทำงานได้ดี

- สมการ การควบคุมน้ำหนัก = ควบคุมอาหาร 80% + ออกกำลังกายหนัก 20% การออกกำลังกายหนักหมายถึง การยกเวท หรือ วิ่งให้เหงื่อออก การซิตอัพ อยู่บ้าน ไม่ใช่การออกกำลังกายหนัก แต่เป็นการออกกำลังกายเบา เผาผลาญพลังงานได้เล็กน้อยเหมือนกับการถูบ้าน ล้างจาน เท่านั้น